ขั้นตอนการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  ขั้นตอนที่1 การได้มาของปัญหาที่จะทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาเป็นโครงงานนั้นมาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งรอบตัว ข้อเสนอแนะเวลาจะหาเรื่องที่จะทำโครงงานลอง เขียนคำถามที่อยากรู้คำตอบลงในกระดาษ ประมาณ20 ข้อ แล้วจากนั้นจึงเลือกว่าคำถามใดที่น่าสนใจและน่าจะนำมาศึกษาเพื่อเป็นโครงงานต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ขั้นตอนนี้ เพื่อช่วยให้ได้แนวคิดที่ใช้กำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติม ในเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าดังกล่าวซึ่งเมื่อศึกษาแล้วควรบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย แหล่งข้อมูล เช่น การปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ การศึกษาผลงานของโครงงานวิทยาศาสตร์ การแสดงนิทรรศการโครงงานวิทยาศาสตร์ การศึกษาเทคนิคและวิธีการทดลอง ผลการศึกษาทดลอง ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 3 การจัดทำเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยเค้าโครง โครงงานวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย
   1) ชื่อเรื่อง
   2) ผู้ทำโครงงานและที่ปรึกษาโครงงาน
   3) ที่มาและปัญหาหรือเหตุจูงใจในการทำงาน
   4)วัตถุประสงค์
   5)สมมติฐานแลบะการกำหนดตัวแปร กรณีเป็นโครงงานทดลองและประดิษฐ์
   6)วิธีการดำเนินงาน ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ แนวการศึกษาค้นคว้าและทดลอง ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับการออกแบบการทดลอง การสร้างสิ่งประดิษฐ์ หรืออื่นๆ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล
   7)แผนการปฏิบัติงาน โดยกำหนดระยะเวลาในการศึกษากี่วันและศึกษาช่วงใด
   8) ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  10) เอกสารอ้างอิง
  11) เสนอโครงงานต่อที่ปรึกษา

ขั้นตอนที่ 4 การลงมืทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามแผนที่วางไว้ ดังนี้
   1) เตรียมวัสดุอุปกรณ์สารเคมี สถานที่ให้พร้อมก่อนการลงมือรวมทั้งเตรียมสมุดบันทึกการทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างทำโครงการ เช่น ผลการศึกดษา ปัญหา แนวทางแก้ไข รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ
   2) การลงมือปฏิบัติ ตามแผนที่วางไว้ในเค้าโครง โดยจัดระบบการทำงานทำส่วนที่สำคัญๆ ให้เสร็จก่อน ปฏิบัติการทดลอด้วยความละเอียดรอบคอบ บันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบและครบถ้วน ทำการทดลองซ้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
   3) วิเคราะห์และสรุปผล การวิเคราะห์ เป็นการนำข้อมูลมาจัดกระทำเพื่อนำเสนออย่างเป็นระบบและช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย เช่น ค่าเฉลี่ย หาค่าร้อยละ เขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ แล้วอธิบายหรือแปลความหมาย ของข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ จากนั้นจึงสรุป การสรุปการวิเคราะห์ด้วยข้อความสั้นๆ กระทัดรัดและครอบคลุม ผู้อ่านเข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทำโครงงาน
   4) การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การอภิปรายผลเป็นการพิจารณาข้อมูลที่ได้วิเคราะห์แล้ว พร้อมกับนำไปหาความสัมพันธ์ กับ หลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนำหลักการ ทฤษฎีหรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วย ซึ่งหลังจากทำโครงงานอาจพบข้อสังเกต ประเด็นสำคัญหรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะ ให้เห็นถึงปัญหา ที่ควรศึกษาและ/หรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้

ขั้นตอนที่ 5 การเขียนรายงาน ประกอบด้วยส่วนสำคัญดังต่อไปนี้
   1) ส่วนนำ ประกอบด้วย ชื่อโครงงาน ชื่อผู้ทำโครงงาน ชื่อที่ปรึกษา คำขอบคุณ(กิติกรรมประกาศ) และ บทคัดย่อ โดยบทคัดย่อความยาวประมาณ 300-350 คำ
   2) บทนำ ประกอบด้วย ที่มาและความสำคัญของโครงงาน , จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า , สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี) , ตัวแปรต่างๆ(ถ้ามี) , นิยามศัพท์หรือข้อตกลงเบื้องต้น (ถ้ามี)
   3) เอกสารอ้างอิง เป็นส่วนที่แสดงถึงการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนำมาใช้ในการออกแบบการทดลองต่อไป
   4) วิธีดำเนินการ ได้แก่ ระบบวัสดุอุปกรณ์สารเคมีต่างๆ วัสดุทางชีววิทยา (ถ้ามี) ที่ต้องใช้ในการทำงาน อีกส่วนคือ การอธิบายขั้นตอนการทำงานโดยละเอียด
   5) ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูล หรือผลการทดลองต่างๆ ที่สังเกตรวบรวมได้ รวมทั้งเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ด้วย
   6) สรุปและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุป ที่ได้จากการทำงาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานให้ระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนำผลการทดลองไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สำคัญหรือข้อผิดพลาด บางประการที่เกิดขึ้นจากการทำโครงงาน รวมทั้งข้อเสนอแนะ เพื่อการประบปรุงแก้ไขหากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้าในทำนองนี้ต่อไป
   7) บรรณานุกรม

ขั้นตอนที่ 6 การเสนอและการแสดงผลงานของโครงงานวิทยาศาสตร์
ขนาดของแผงโครงงาน


ที่มา:
สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ.โครงงานชนะการประกวด.พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพมหานคร:สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว) จำกัด,2547.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.โครงงานวิทยาศาสตร.์ พิมพ์ครั้งที่ 3 .กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว,2544